เซลลูไลท์ ปัญหาผิวเปลือกส้มที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่พึ่งปรารถนา
เซลลูไลท์ ปัญหาผิวเปลือกส้มที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่พึ่งปรารถนา

สาวๆ อวบอ้วน อย่างเรา ไม่เว้นแม้แต่ในคนผอม หลายคนพบปัญหาเซลลูไลท์หรือปัญหาผิวเปลือกส้ม (Celluite) ขึ้นมา กลายเป็นเรื่องรำคาญใจ แถมขจัดออกก็ยากเย็น วันนี้มีความรู้ดีๆ จาก Shape มาให้สาวๆ อัพเดทความรู้เรื่องเซลลูไลท์ค่ะ

เซลลูไลท์ หรือปัญหาผิวเปลือกส้ม (Celluite) คืออะไร?

ปัญหาเซลลูไลท์ (Cellulite) ที่เรามักเรียกติดปากกันว่าปัญหาผิวเปลือกส้ม พบได้บ่อยในสาวอ้วน โดยมีลักษณะเด่น คือ การที่ผิวมีลักษณะไม่เรียบ คล้ายผิวเปลือกส้ม สาเหตุสำคัญเกิดจากการที่ หนังกำพร้า ซึ่งเป็นผิวชั้นนอกสุดที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อที่อยู่ข้างใต้ด้วย เส้นใยของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน โดยส่วนของเซลลูไลท์พบว่าเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ไขมันที่อยู่บริเวณใต้ผิวหนังมีการเกาะตัวรวมกลุ่มกันเป็นก้อน หรือเป็นชั้น และรั้งผิวหรือดันให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเกิดนูนขึ้นจนไปดันผิวหนังชั้นนอก ในขณะที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันดึงรั้งผิวหนังด้านบนลงมา ส่งผลให้เกิดการดึงรั้งขึ้นเป็นลอนคลื่น พื้นผิวบริเวณดังกล่าวจึงมักเรียกว่า “ผิวเปลือกส้ม” ค่ะ ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวมักพบได้ในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปเมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวหนังจะยิ่งบางและมีความยืดหยุ่นลดลง จึงมองเห็นเซลลูไลท์ได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเกิดได้จากปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น ปัญหาน้ำหนักส่วนเกิน รูปแบบการใช้ชีวิต ฯลฯ

ผู้หญิงเรา ใครก็อยากมีต้นขาที่เนียน จึงต้องหาทางกำจัดเจ้าเซลลูไลท์ตัวร้าย
ผู้หญิงเรา ใครก็อยากมีต้นขาที่เนียน จึงต้องหาทางกำจัดเจ้าเซลลูไลท์ตัวร้าย

ปกติ ระบบน้ำเหลืองในร่างกายมีบทบาทสำคัญในการลำเลียงของเหลวจากเนื้อเยื่อเพื่อกำจัดของเสียออกจากร่างกาย แต่เซลล์ไขมันที่บวมขึ้นและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันจะสกัดกั้นการถ่ายเทของเหลว ทำให้ผิวหนังบวมน้ำและพองตัวจนเกิดเป็นรอยบุ๋ม ซึ่งในทางการแพทย์ ยังไม่มีวิธีใดทำให้เซลลูไลท์หายไปร้อยเปอร์เซนต์ แต่พอมีวิธีช่วยให้รอยดังกล่าวปรับตัวดีขึ้น และน้อยลงค่ะ

ปรับวิถีชีวิตใหม่เพื่อลดเซลลูไลท์

  • รังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV ไม่เพียงเร่งให้หน้าดูแก่ก่อนวัย ยังเป็นเหตุให้คอลลาเจน ซึ่งช่วยเรื่องความกระชับของผิวทำงานน้อยลง วิธีรับมือ คือ ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ไม่เฉพาะตอนไปเที่ยวทะเล
  • ทานอาหารที่มีไขมันน้อยลง การลดไขมันส่วนเกินในร่างกาย ช่วยลดโอกาสการเกิดเซลลูไลท์ ได้แก่ ผักผลไม้ เนื้อไม่ติดมัน เนื้อปลา รวมถึงการดื่มน้ำและงดทานอาหารที่เค็มจัด จะช่วยลดการสะสมของเหลวในร่างกายได้
  • ทานอาหารที่มีแอนติออกซิแดนท์สูง (Anti-oxidant) เพื่อช่วยขัดขวางไม่ให้แสงยูวี มลพิษตัวร้ายของผิว หรือแม้แต่ความเครียดที่ทำลายคอลลาเจน ผัก ผลไม้บางชนิดยังมีสรรพคุณในการช่วยล้างสารพิษ (detoxification) และลดความอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยค่ะ
วิตามินซีและอีในผัก ผลไม้หลายชนิด เป็นมี anti-oxidant ที่ทำให้ผิวกระชับขึ้น
วิตามินซีและอีในผัก ผลไม้หลายชนิด เป็นมี anti-oxidant ที่ทำให้ผิวกระชับขึ้น
  • สร้างกล้ามเนื้อขา การออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อ ไม่เพียงช่วยลดปัญหาขนาดต้นขา แต่ยังช่วยให้สะโพกของคุณดูเฟิร์มขึ้น ควรออกกำลังกายให้ได้อาทิตย์ละ 3 วัน โดยเน้นท่าบริหารขาและสะโพก 5 ท่า ต่อไปนี้ต่อเนื่อง

1. ท่าดันขากับกำแพง กระชับต้นขาทั้งด้านหน้า-ด้านหลัง
2. ท่านั่งเหยียดขาสลับงอเข่า บริหารต้นขาด้านหน้า
3. ท่านอนคว่ำงอเข่าขึ้นด้านหลัง บริหารต้นขาด้านหลัง
4. ท่ากางเข่า เพิ้อบริหารสะโพก-ต้นขาด้านในและด้านนอกค่ะ

  • ใช้เครื่องนวดสลายไขมัน (Endermologie) หัวลูกกลิ้งจะช่วยรีดผิวหนัง และเพิ่มการหมุนเวียนของเลือด ประมาณอาทิตย์ละ 2 ครั้ง
เครื่องนวดสลายไขมันเป็นอีกวิธีหนึ่งที่แพทย์นิยมนำมารักษาปัญหาเซลลูไลท์ เครื่องนวดสลายไขมันเป็นอีกวิธีหนึ่งที่แพทย์นิยมนำมารักษาปัญหาเซลลูไลท์

การทาครีมกระชับผิว ลดเซลลูไลท์

การทาครีมมีส่วนให้ผิวดูเรียบขึ้นชั่วคราว แต่ต้องใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ครีมประเภทนี้มีให้เลือก 4 ประเภทได้แก่
1. ลอกผิว: ส่วนผสมอย่างกรดผลไม้ ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพได้ดี ผิวจึงดูเรียบขึ้น เช่น Yves Rocher Lipo Phe’nol Ve’ge’tal Pre-slim Peeling (590 บาท)
2. เติมเต็มผิว: ส่วนผสมอย่างสาหร่าย และสาหร่ายทะเล ช่วยให้ผิวที่เป็นรอยบุ๋มดูตื้นขึ้น แนะนำ The Body Shop Body Focus Smoothing Lotion (1,190 บาท) และ Biotherm Celluli Laser Biofibrine (2,300 บาท)
3. ลดน้ำในผิว: “คาเฟอีน” มีสรรพคุณในการขจัดของเหลวส่วนเกินออกจากผิวได้ แม้จะไม่ถาวรก็ตาม แนะนำ Estee’ Lauder Body Performance Anti-Cellulite Serum (1,900 บาท) หรือ Body Shape Thermo Refrigerate Serum (3,200 บาท)
4. นวดกระชับผิว: นอกเหนือจากคาเฟอีน ยังมีหัวนวดไว้สำหรับนวดวนบนผิวหนัง เช่น Garnier Body Fit Orange Peel Defense Firming Roll-on (249 บาท) และ L’Or’eal Paris Body-Expertise Perfect Slim Pro-Massage (590 บาท) หรือ Clarins Body Shaping Supplement (2,500 บาท) ซึ่งเป็นเจลใสใช้ผสมกับมอยส์เจอไรเซอร์  ทำให้ผิวกระชับ

ในปัจจุบัน ยังมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อช่วยจัดการกับปัญหาเซลลูไลท์โดยตรง เช่น การฉีดสารคอลลาเจนและสารสังเคราะห์ลงในบริเวณผิว (Injectable Filler) การดูดไขมันในส่วนอื่นมาฉีดบริเวณเซลลูไลท์ เพื่อลดรอยนูน (Lipotransfer) ซึ่งไม่นิยมนัก เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง กับอีกวิธีคือ การบำบัดโดยใช้ลำแสงอินฟราเรด หรืออื่นๆ เพื่อส่งความร้อนเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง ควบคู่กับการนวดสลายไขมัน (Laser Combination Therapies) ซึ่งจำเป็นต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง จึงจะเห็นผลค่ะ

ที่มา: บี เกิร์ล ช็อบ เสื้อผ้าคนอ้วนสวย สไตล์แฟชั่น

Share on Facebook

เรื่องที่เกี่ยวข้อง