
สาวๆ บางคนมีความโกรธติดตัวตลอดเวลา ไม่เว้นเวลารู้สึกอ้วน หรือน้ำหนักขึ้นค่ะ
ความโกรธเป็นเรื่องปกติ และเป็นอารมณ์หนึ่งสำหรับทุกคนค่ะ อย่างไรก็ตาม หลายคนจมอยู่กับอารมณ์โกรธ บางคนถึงกับเป็นคนที่คอยแต่โกรธคนอื่นอยู่ตลอดเวลาจนแทบติดเป็นนิสัย ซึ่งส่งผลเสียอย่างมากทั้งสุขภาพและบุคลิก โดยมีงานวิจัยจาก ดร.แซนดี มานน์ ผู้เขียนหนังสือ Anger Management กล่าวถึงลักษณะของความโกรธและผลกระทบต่อร่างกายที่เราได้รับค่ะ
รู้จักกับความโกรธมากขึ้น และหาวิธีจัดการอารมณ์โกรธของคุณ
ดร.แซนดี มานน์ เล่าว่า ความโกรธเป็นอารมณ์อ่อนไหวแบบของแท้ ซึ่งแม้จะมีด้านดีในแง่การเป็นแรงขับให้เราพยายามจัดการในสิ่งที่ไม่ดี หรือไม่ถูกต้อง แต่ขณะเดียวกัน เรามักใช้ความโกรธเป็นกลไกป้องกันตัวเอง ซึ่งส่งผลเสียต่อบุคลิกของตัวเอง ผู้อื่น ทั้งยังทำลายสุขภาพของตัวเราในเวลาเดียวกัน

ทานคุ๊กกี้ชิ้นโปรดสักชิ้น ช่วยให้คุณอารมณ์ดี หายโกรธหงุดหงิดได้ค่ะ
เมื่อเวลาเราโกรธ จะมี “คอร์ติซอล” ฮอร์โมนความเครียด และอะดรีนาลีน หลั่งออกมาในร่างกาย รวมถึงไกลโคเจนในตับ จนทำให้พลังงานพุ่งพรวด เกิดอยากตอบโต้ หัวใจเต้นฉีดระรัวมากขึ้น ทำให้เส้นเลือดตืบลง ส่งผลให้ไขมันและไกลโคเจนสะสมจนติดแหงกอยู่ภายใน ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นที่รุนแรงตามมาเช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หากเกิดบ่อยๆ จะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ติดเชื้อง่าย ซึมเศร้า และระดับฮอร์โมนมีการแกว่งตัว จึงไม่ต้องสงสัยที่ความโกรธทำให้เราเหนื่อยทั้งกายและใจ
บางคนเวลาโกรธ จะหยิบอาหารมากินตอนโกรธเพื่อดับอารมณ์ การเลือกหยิบอาหารเคี้ยวกรุบกล้วม เช่น คุ๊กกี้ การเคี้ยวจะปล่อยเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อย และช่วยในการผ่อนคลายได้บ้างค่ะ
คุณเป็นคนแบบเก็บกดความโกรธ หรือพร้อมจะระเบิดมันออกมา!?
การศึกษาพบว่า 25% ของเรา มักกังวลกับเรื่องอารมณ์ความโกรธ และบุคลิกของตน อาจเพราะเมื่อชีวิตเครียดแล้ว เราก็มักพยายามระบายออกในรูปของความโกรธ กลายเป็นว่ายิ่งเครียดยิ่งโกรธ โดยมีสองวิธี คือ เก็บมันไว้ หรือระบายความโกรธออกมา กรณีแรกกล่าวกันว่าเป็นเหมือนพิษร้ายเรื้อรังที่บั่นทอนร่างกาย ซึ่งมีแต่จะอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้หญิงเราที่มักเลือกเก็บอารมณ์ เนื่องจากสังคมมักมองว่าผู้หญิงที่แสดงออกเป็นพวกอารมณ์อ่อนไหว เจ้าอารมณ์ แต่การระบายออกซึ่งความโกรธ จำเป็นที่เราต้องควบคุมหรือดูสถานการณ์ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะการเลือกระบายใส่คนที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผลเสียกับตัวเราและคนอื่น
จัดการความโกรธของคุณ

จัดการความโกรธในบางกรณีด้วยการค้นหาสาเหตุและหลีกเลี่ยงมันเท่าที่เป็นไปได้ค่ะ
พบว่า หลายคนมักเลือกที่จะพูดคำว่า “ได้” ทั้งที่จริงรู้สึก “ไม่” จนเกิดเป็นความเก็บกดอยู่ในใจ โดยเฉพาะกับผู้หญิง เช่น เจ้านายขอให้ทำงานอยู่ดึก ซึ่งคุณมักยอมและเก็บความรู้สึกต่อต้านไว้ในใจ วิธีต่อสู้กับเหตุการณ์ตรงนี้คือ ให้พูดประโยคว่า “อันที่จริง ต้องขอโทษที่ไม่อาจทำ…. เนื่องจาก…..” ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อตนเองและยังช่วยปลดปล่อยความโกรธออกมาได้บ้าง ซึ่งตรงนี้จะดีกับตัวเองและคนรอบข้างมากกว่าค่ะ
พึงหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจทำให้คุณอารมณ์บูดเสีย เครียด และโกรธ เพื่อเลี่ยงตัวกระตุ้นดังกล่าว เช่น การหงุดหงิดกับสภาพจราจรบนท้องถนน อาจพยายามหาเส้นทางใหม่หรือออกจากบ้านให้เร็วขึ้น หากเริ่มรู้สึกโกรธหรือโมโห ให้นึกถึงใจคนรอบข้างที่คุณเกลียด กำลังหัวเราะร่ากับตัวคุณ ซึ่งจะทำให้คุณกลับรู้สึกใจเย็นขึ้นได้ค่ะ
ถ้าทำทุกอย่างไม่ได้ ให้ถอยหลังมาหนึ่งก้าว และหัวเราะขำใส่สถานการณ์นั้น การยิ้ม และหัวเราะ จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอนโดรฟีนส์ที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ขณะที่การหัวเราะจะทำให้เรื่องเครียดกลายเป็นเรื่องงี่เง่าไปในทันที และยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย อย่าลืมว่าการพักผ่อนด้วยการนอนหลับให้เพียงพอก็เป็นอีกทางหนึ่งที่คุณจะสามารถลดความเครียด อารมณ์หงุดหงิด ความโกรธได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

การหัวเราะอาจเป็นอีกทางเลือกในการจัดการอารมณ์ความโกรธที่แก้ไขไม่ได้ค่ะ
หวังว่า ทุกท่านจะมีแนวทางจัดการความโกรธของตัวเองได้ดีขึ้นค่ะ หากไม่หาย ลองหากระดาษมาจดอารมณ์ตัวเองเพื่อบันทึกสภาพอารมณ์ หรือการฟังเพลงที่ชอบก็ช่วยผ่อนคลายได้ไม่น้อย อย่างน้อยก็เพื่อบุคลิกและสุขภาพของตัวคุณเองค่ะ
ที่มา: บี เกิร์ล ช็อบ เสื้อผ้าคนอ้วนแฟชั่น XXXL
Share on Facebook
2 Trackbacks and Pingbacks
[...] เต็มไปด้วยความโกรธผู้อื่นตลอดเวลา [...]
[...] ในครอบครัว ชีวิตคู่ หรือในสังคม โดยแสดงให้คนในครอบครัวเห็นว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่สมาชิกในครอบครัวและสังคมไม่ยอมรับ โดยไม่แสดงออกแบบก้าวร้าว กระฟัตกระเฟียต หรืออารมณ์โกรธซึ่งไม่เกิดประโยชน์แต่อาจเป็นผลเสีย แต่ควรมีจุดยืนที่ชัดเจน [...]
Write a Comment